นักมวยสวมมงคลไหว้ครู
ประวัติศาสตร์

ประวัติย่อของมวยไทย

จากวิชาการต่อสู้ในสนามรบสู่กีฬาประจำชาติ และความหมายของการไหว้ครู

มวยไทยได้ชื่อว่าเป็นศิลปะแปดอาวุธ เพราะใช้ทั้งหมัด ศอก เข่า และแข้ง ทำให้เป็นศาสตร์การต่อสู้ยืนที่ครบเครื่องที่สุดแบบหนึ่งของโลก แต่ก่อนจะเป็นกีฬา มวยไทยคือวิชาเอาตัวรอด

จากสนามรบ

มวยไทยพัฒนามาจากวิชาต่อสู้ระยะประชิดที่ทหารต้องใช้เมื่ออาวุธหลุดมือหรือหักพัง นานวันเข้าวิชานี้กลายเป็นศาสตร์เฉพาะที่ปัจจุบันเรียกว่า “มวยโบราณ” แต่ละภูมิภาคมีสไตล์ของตัวเอง ได้แก่ มวยไชยาทางภาคใต้ มวยโคราชทางภาคอีสาน มวยลพบุรีในภาคกลาง และมวยท่าเสาทางภาคเหนือ

กีฬาของทั้งกษัตริย์และชาวบ้าน

การชกมวยเป็นส่วนหนึ่งของงานวัดและงานเทศกาล และพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ก็ทรงโปรดการชกมวย เรื่องที่โด่งดังที่สุดคือเรื่องของนายขนมต้ม เชลยศึกชาวไทยที่ตามตำนานเล่าว่าชกชนะนักมวยพม่าหลายคนติดต่อกันในศตวรรษที่ 18 ประเทศไทยจึงกำหนดให้วันที่ 17 มีนาคมเป็นวันมวยไทยเพื่อระลึกถึงท่าน

สู่สังเวียน

ในศตวรรษที่ 20 มวยไทยก้าวสู่เวทีสมัยใหม่ นวมเข้ามาแทนการคาดเชือก มีการแบ่งยกตามเวลาและแบ่งรุ่นตามน้ำหนัก และเวทีใหญ่ในกรุงเทพฯ อย่างราชดำเนินและลุมพินีก็สร้างนักมวยฝีมือดีให้เป็นดาราของคนทั้งประเทศ ปัจจุบันการชกมวยอาชีพมักมี 5 ยก ยกละ 3 นาที

ไหว้ครูร่ายรำ

ก่อนขึ้นชกทุกครั้ง นักมวยจะไหว้ครูร่ายรำ เพื่อแสดงความเคารพต่อครู ค่ายมวย และครอบครัว นักมวยหลายคนสวมมงคลที่ศีรษะและผูกประเจียดที่ต้นแขนซึ่งได้รับจากครู ที่ KMAX เราอธิบายความหมายของประเพณีเหล่านี้ และคุณจะได้เห็นทุกครั้งที่นักมวยของเราขึ้นเวที

มวยไทยวันนี้

ทุกวันนี้มีคนฝึกมวยไทยทั่วโลก ทั้งนักชก คนที่อยากออกกำลังกาย และนักเดินทางที่มาเมืองไทยเพื่อเรียนจากต้นตำรับ การฝึกในค่ายมวยไทยจึงไม่ใช่แค่การเรียนท่า แต่คือการเรียนรู้ความเคารพ วินัย และจิตวิญญาณที่มาพร้อมกัน

อยากลองไหม? ดูคลาสมวยไทยของเรา หรือ ดูตารางเรียน

คลาสแรกของคุณเริ่มที่นี่

บอกเราว่าอยากเริ่มวันไหน ทาง WhatsApp ตอบไว

แชทกับเรา